INFOTERRA THAILAND
.:: INFOTERRA THAILAND แหล่งรวบรวมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมไทยl ::.
เมนูหลัก
 หน้าแรก
 ฐานข้อมูลด้าน :
 สิ่งแวดล้อมทั่วไป
 ชั้นบรรยากาศ
 น้ำและดิน
 ระบบนิเวศน์
 ของเสีย
 ชายฝั่งและมหาสมุทร
 การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
 อื่นๆ
 ท่านถามเราตอบ
 เรื่องทั้งหมด
 ลิ้งค์ต่างๆ
 

 ค้นหา :
 ค้นหาภายในเว็บ :


 ค้นหาภายนอกเว็บ :


ฝากข้อความ
ข้อความทั้งหมด   
 

เลือกภาษา
เลือกรูปแบบภาษา:

English Thai

ผู้เยี่ยมชม

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:1
บุคคลทั่วไป:165559
ทั้งหมด:165560
คน ตั้งแต่
15-02-2005

By BeLa & BodyguarD ( Turkish Hackers )

By BeLa & BodyguarD ( Turkish Hackers )



By BeLa & BodyguarD ( Turkish Hackers )



By BeLa & BodyguarD ( Turkish Hackers )



By BeLa & BodyguarD ( Turkish Hackers )



By BeLa & BodyguarD ( Turkish Hackers )



By BeLa & BodyguarD ( Turkish Hackers )



By BeLa & BodyguarD ( Turkish Hackers )



By BeLa & BodyguarD ( Turkish Hackers )



By BeLa & BodyguarD ( Turkish Hackers )



By BeLa & BodyguarD ( Turkish Hackers )



By BeLa & BodyguarD ( Turkish Hackers )


Infoterra เป็นเครือข่ายที่ดำเนินงานผ่านหน่วยงานราชการที่ถูกแต่งตั้งขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในแต่ละประเทศ โดย ณ ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 177 แห่ง ศูนย์Infoterraในแต่ละประเทศต้องเป็นแกนหลักในการเป็นศูนย์รวมข้อมูลทางด้านสิ่งแวดล้อมระดับชาติ โดยปกติจะสังกัดในกระทรวง หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการป้องกันสิ่งแวดล้อม หน้าที่หลักของแต่ละศูนย์คือให้บริการข้อมูลทางด้านสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ

Infoterraได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 1972 จากการประชุมสิ่งแวดล้อมเพื่อมนุษยชาติ ณ กรุงสต็อกโฮมได้มีมติการจัดตั้งกลไกเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล และประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามข้อเสนอดังกล่าว UNEP จึงได้จัดตั้งเครือข่ายInfoterraขึ้น (เดิมเป็นที่รู้จักในชื่อ IRS-International Referral System) และรัฐบาลได้ถูกร้องขอให้จัดตั้งศูนย์กลางระดับชาติเพื่อเป็นหน่วยงานประสานงานเครือข่ายInfoterra

ศูนย์Infoterraระดับชาติมีหน้าที่ให้ข้อมูลและบริการทางด้านสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงข้อมูลบรรณานุกรมสิ่งแวดล้อม รายชื่อแหล่งข้อมูลสิ่งแวดล้อม บริการตอบคำถามด้านสิ่งแวดล้อม จัดทำใบปลิว เพื่อให้ตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม และให้บริการทางอินเตอร์เน็ต

สำหรับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานงานเครือข่ายInfoterraของประเทศไทยนั้น คือกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหน้าที่เผยแพร่ให้บริการข่าวสารแก่ผู้สนใจ เพื่อเป็นการส่งเสริมการให้บริการและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับแหล่งข้อมูลทางด้านสิ่งแวดล้อมและข้อมูลบริการค้นหาทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ไปยังประชาชนทั่วไปที่สนใจ เพื่อให้คววามรู้อันจะนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

โดยจะแบ่งข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจดังนี้

- ข้อมูลสิ่งแวดล้อมทั่วๆไป

- ข้อมูลเกี่ยวกับอากาศและชั้นบรรยากาศ

- ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำและดิน

- ข้อมูลเกี่ยวกับระบบนิเวศน์และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต

- ข้อมูลเกี่ยวกับของเสียและการนำกลับมาใช้ใหม่

- ข้อมูลเกี่ยวกับชายฝั่งและมหาสมุทร

- ข้อมูลเกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดกสิ่งแวดล้อม

- ข้อมลเกี่ยวกับบทความตีพิมพ์อื่นๆที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

ชาวบ้านลุ่มน้ำ"ท่าจีน"ยืนยัน! ล้มงานวิจัยขุดแม่น้ำสายใหม่
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม รศ.ชอบ เข็มกลัด หัวหน้าโครงการศึกษาทบทวนพัฒนาลุ่มน้ำท่าจีน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานการเปิดสัมมนากลุ่มคณะทำงาน ครั้งที่ 4-5 (ผู้นำชุมชนลุ่มน้ำท่าจีน) โครงการศึกษาทบทวนการพัฒนาลุ่มน้ำท่าจีน โดยมีผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมประชุม

รศ.ชอบกล่าวว่า ตามที่กรมชลประทานได้ว่าจ้างให้ทำวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม คณะทีมงานวิจัยไม่มีธงไว้ก่อนหน้า จึงต้องหาข้อมูลที่ชัดเจนมาทำวิจัย ในเมื่อชุมชนคัดค้านการทำวิจัยหรือการดำเนินการขุดคลองลัดใหม่ทั้ง 2 แห่ง เราก็ต้องนำข้อมูลชาวบ้านมาวิเคราะห์ปัญหาว่ามีปัจจัยอะไรที่จะก่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด และการวิจัยเป็นเพียงการลงพื้นที่ศึกษา ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ หากผลการสำรวจศึกษาข้อมูลของทีมวิจัยกับของกลุ่มเครือข่ายรักษ์ท่าจีน 4 ตำบล หักล้างกันสรุปว่าอย่างไร ก็สามารถเปลี่ยนรูปแบบการแก้ไขปัญหาจากการขุดคลองเป็นการลอกคลอง หรือวิธีอื่นได้


ผู้บันทึก saranya เมื่อ พุธ 30 ก.ค. 08@ 17:21:42 ICT (18 คนอ่าน)
(มีต่อ... | 1472 ไบต์ | แสดงความเห็น? | ข่าว/NEWS | คะแนน: 0)

เต่าทะเล"วิกฤติขาดแหล่งวางไข่ ทช.สำรวจทั่วประเทศเหลือ3แห่ง/ชงอนุรักษ์หาดเกาะกระเ
นางนิศากร โฆษิตรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า จากการสำรวจและประเมินสถานภาพสัตว์ทะเลหายากของไทยทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย พบว่า เต่าทะเลอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงที่สุด ปัจจุบันเหลือพ่อแม่พันธุ์ไม่ถึง 500 ตัว ส่วนใหญ่ 80% อยู่ในฝั่งอ่าวไทย สาเหตุที่สำคัญเนื่องจากชายหาดที่เป็นแหล่งวางไข่ ถูกรุกรานจากการขยายตัวของการท่องเที่ยว ล่าสุดเหลือชายหาดที่เต่าทะเลสามารถวางไข่ตามธรรมชาติขนาดใหญ่ได้เพียง 3 แห่งเท่านั้น คือ ที่เกาะคราม จ.ชลบุรี เกาะหนึ่ง และเกาะหูหยง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัจ.กระบี่


ผู้บันทึก saranya เมื่อ พุธ 30 ก.ค. 08@ 17:19:16 ICT (22 คนอ่าน)
(มีต่อ... | 1330 ไบต์ | แสดงความเห็น? | คะแนน: 0)

ชาวบ้านวิงวอน"อิทธิพล" แก้น้ำเน่า"คลองนาเกลือ"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวประมงพื้นบ้านชุมชนนาเกลือ หมู่ 3 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้ร้องเรียนว่า ที่คลองนาเกลือบริเวณสะพานยาว ตรงปากอ่าวออกสู่ทะเล มีขยะหมักหมมจำนวนมาก และขยะบางส่วนไหลไปตามน้ำออกสู่ทะเล จากการเปิดเผยของนายสันติ ชัยสิทธิ์ อายุ 54 ปี ตัวแทนชาวบ้านและเป็นเจ้าของเรือประมงอาศัย หมู่ 3 ต.นาเกลือ เผยว่า สมัยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ลำคลองนาเกลือน้ำจะใสสะอาดมาก ชาวประมงไม่ต้องออกไปหากินไกลจากชายฝั่ง ที่สำคัญบริเวณปากคลองออกสู่ทะเล เวลาน้ำลดจะเห็นปูนานาชนิด ชาวบ้านจับมาเป็นอาหาร แต่ปัจจุบันเริ่มมีคนต่างถิ่นมาอาศัยมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมทิ้งขยะหรือปล่อยน้ำเสียทิ้งลงคลอง ขณะที่เจ้าหน้าที่เมืองพัทยาไม่ดำเนินการจัดเก็บหรือขุดลอกคูคลอง พอผ่านไปหลายปีน้ำเริ่มเน่าเสีย สัตว์ทะเลลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ทำให้ชาวประมงต้องเสียค่าน้ำมันเพิ่มเพื่อออกไปจับสัตว์น้ำไกลกว่าเดิม จึงอยากวิงวอนให้นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ช่วยแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง



ผู้บันทึก saranya เมื่อ พุธ 30 ก.ค. 08@ 17:16:32 ICT (22 คนอ่าน)
(แสดงความเห็น? | คะแนน: 0)

น่านบูรณการปัญหาป่าไม้และที่ดิน ดึงประชาชนเป็นแนวร่วมป้องกันแก้ไข
น่าน:นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมบูรณาการแก้ไขปัญหาป่าไม้ ที่ดินในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนต้องเข้ามาร่วมมือร่วมใจเรียนรู้วิธีการแก้ไขปัญหาที่ดินป่าไม้ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานร่วมกันต่อไป

นายนรินทร์ เหล่าอารยะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)น่าน กล่าวว่า จังหวัดน่าน เป็นจังหวัดต้นน้ำลำธาร แม่น้ำน่าน แม่น้ำว้า แม่น้ำสมุน และนอกจากนี้ยังมีลำน้ำสาขาสายเล็กๆ ที่ไหลมารวมแม่น้ำสายสำคัญในการนำน้ำมาใช้อุปโภค-บริโภค เพื่อใช้ในการเกษตร ซึ่งเป็นสายสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร ไปบรรจบแม่น้ำปิงที่นครสวรรค์ และพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดน่านเป็นป่าไม้ เมื่อเกิดกระแสอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชาวน่านถูกกล่าวหาเป็นผู้บุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


ผู้บันทึก saranya เมื่อ พุธ 30 ก.ค. 08@ 17:14:49 ICT (18 คนอ่าน)
(มีต่อ... | 1692 ไบต์ | แสดงความเห็น? | คะแนน: 0)

ใส่เกียร์หน้าวิจัยพลาสติกชีวภาพ วช.จับมือสนช.ศึกษาเพิ่มขีดแข่งขันระดับอุตสาหกรรม
รายละเอียดของข่าว:ศ.ดร.อานนท์ บุณยรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่าปัจจุบัน ประเทศไทยมีขยะพลาสติกที่ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 2.2 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน หากมีการนำพลาสติกที่ทำด้วยวัตถุดิบทางการเกษตรประเภทมันสำปะหลัง หรืออ้อยมาผลิตเป็นพลาสติกชีวภาพทดแทนพลาสติกทั่วไป นอกจากจะแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนแล้ว ยังสามารถพัฒนาให้เกิดการแข่งขันในระดับอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพได้ ดังนั้นสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) จึงร่วมกันวิจัยด้านนวัตกรรมพลาสติกชีวภาพขึ้นมา โดยวช.จะสนับสนุนวิจัยพื้นฐานในระดับต้นน้ำกับปลายน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการนำไปใช้ในการผลิตและพัฒนาที่มีทิศทางที่ชัดเจนระหว่างนักวิจัยและภาคเอกชน ในขณะที่สนช.จะสนับสนุนเรื่องเงินลงทุนต่อยอดผลงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์



ผู้บันทึก saranya เมื่อ พุธ 30 ก.ค. 08@ 17:11:59 ICT (20 คนอ่าน)
(มีต่อ... | 1911 ไบต์ | แสดงความเห็น? | ข่าว/NEWS | คะแนน: 0)

สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเดือน ต.ค.นี้


ดร.โสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทมารีน สเคป (ประเทศไทย) ผู้รับเหมาดำเนินการก่อสร้างอาคารสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างว่า ขณะนี้โครงสร้างส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยยังเหลือเรื่องการตกแต่งปะการังและทำการทดสอบระบบ และจัดเตรียมน้ำเค็มสำหรับปลาทะเลลงในส่วนจัดแสดง ซึ่งคาดว่าพร้อมให้ประชาชนเข้าชมได้ในเดือนตุลาคมปีนี้ โดยจะมีปลาทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มจัดแสดงมากกว่า 8,000 ตัวจากกว่า 3,600 พันธุ์ โดยปลาทั้งหมดเป็นปลาเพาะเลี้ยง ไม่ได้จับมาจากธรรมชาติ บางชนิดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค และด้านดูแลอนุบาลปลาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการตายของปลาจากระบบน้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องโครงสร้างอาคาร เนื่องจากภาคเหนือมักได้รับผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหวนั้น ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า วิศวกรได้ออกแบบโครงสร้างโดยคำนึงถึงเรื่องดังกล่าว จึงมั่นใจได้ ทั้งนี้ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปค่าบัตรผ่านประตู แต่เชื่อว่าการที่รัฐบาลเป็นผุ้ร่วมลงทุน 300 ล้านบาท จะทำให้บัตรผ่านมีราคาไม่สูงมาก โดยในขณะนี้กำลังติดต่อ เพื่อขอปลามัสมาตีร์ ซึ่งเป็นปลานำจืดในกลุ่มปลาพะยูน มีลักษณะคล้ายนางเงือกจากประเทศฝรั่งเศสมา 1 คู่ แลกเปลี่ยนกับสมเสร็จ และ ค่าง 5 สี ที่เพาะพันธุ์ได้ที่สวนสัตว์ดุสิตแห่งเดียว ซึ่งยังอยู่ในขั้นเจรจาซึ่งต้องดูเรื่องการขอเอกสารที่ต้องผ่านการอนุญาตจากไซเตส

ผู้บันทึก saranya เมื่อ พุธ 30 ก.ค. 08@ 17:09:19 ICT (12 คนอ่าน)
(แสดงความเห็น? | ข่าว/NEWS | คะแนน: 0)

ชาวระยองต้านบ่อขยะ

รายละเอียดของข่าว:ชาวบ้าน ต.หนองตะพาน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ประมาณ 500 คน ชุมนุมประท้วงที่ศาลาประจำหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม คัดค้านการก่อสร้างบ่อกำจัดขยะ บนเนื้อที่ 400 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ต.หนองตะพาน ต.ทับมา อ.เมืองระยอง และ ต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนา ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่งบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ระยอง ที่จะนำขยะเขต อ.เมือง อ.บ้านค่าย และเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดมากำจัดในพื้นที่ดังกล่าว

ผู้บันทึก saranya เมื่อ พุธ 30 ก.ค. 08@ 17:04:56 ICT (15 คนอ่าน)
(แสดงความเห็น? | ข่าว/NEWS | คะแนน: 0)

ม.ราชภัฏเพชรบุรียันผลตรวจสอบ คุณภาพน้ำใกล้คลังน้ำมันไร้มลพิษ
ม.ราชภัฏเพชรบุรียันผลตรวจสอบ คุณภาพน้ำใกล้คลังน้ำมันไร้มลพิษ

รายละเอียดของข่าว:ผศ.บุญยัง ขันธะภาค คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่ชาวบ้านร้องเรียนมีคราบน้ำมันและไขมันในลำรางสาธารณะ ซึ่งบริษัท เพชรบุรีเทอร์มินัล จำกัด ได้ทำหนังสือแจ้งมายังมหาวิทยาลัยให้ทำการตรวจสอบน้ำที่มีสารปนเปื้อนบริเวณใกล้เคียงคลังน้ำมันเพชรบุรี มหาวิทยาลัยฯจึงส่งเจ้าหน้าที่จากห้องปฎิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าไปทำการเก็บตัวอย่างน้ำในลำรางสาธารณะข้างคลังน้ำมันเพชรบุรี นำไปตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ซึ่งผลการตรวจวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของน้ำพบว่า สภาพของน้ำเป็นปกติตามธรรมชาติ ไม่มีร่องรอยและคราบน้ำมันปนเปื้อน

นอกจากนี้ จากการนำไปทดสอบในห้องปฎิบัติการพบว่า ปริมาณน้ำมันและไขมันมีค่าเท่ากับ 2.65 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งดีกว่าค่าที่กำหนดไว้ในประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดให้น้ำที่มีคุณภาพมาตรฐานจะต้องมีค่าน้ำมันและไขมันไม่เกิน 15 มิลลิกรัมต่อลิตร

ดังนั้นคุณภาพน้ำในลำรางสาธารณะ จึงเป็นปกติ ไม่พบการปนเปื้อนของน้ำมันและไขมัน ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากชาวบ้านสงสัยบริเวณลำรางสาธารณะมีสารเคมีปนเปื้อน สามารถทำหนังสือและยื่นเรื่องมาที่ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมหาวิทยาลัยฯยินดีที่จะเข้าไปตรวจสอบคุณภาพน้ำเพื่อให้ชาวบ้านได้รับความปลอดภัย


ผู้บันทึก saranya เมื่อ พุธ 30 ก.ค. 08@ 17:02:17 ICT (16 คนอ่าน)
(แสดงความเห็น? | ข่าว/NEWS | คะแนน: 0)

ปฏิบัติการ'รักษ์'ป่าต้นน้ำผาดำ อดีตพคท.ร่วมต้านนักโค่นไม้
       เทือกเขาวังพา เป็นแนวสันเขาที่ทอดตัวเชื่อมต่อกันกับเทือกเขาบรรทัด ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สำคัญที่สุดในภาคใต้ ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำผาดำ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.หาดใหญ่ อ.คลองหอยโข่ง และ อ.สะเดา จ.สงขลา ก่อนนี้เคยเป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ป่าพืชพันธุ์นานาชนิด แต่ปัจจุบันกำลังกลายเป็นป่าเสื่อมโทรมและแปลงสวนยางพารา เนื่องจากบรรดานายทุนและนักโค่นป่าบุกรุกตัดไม้ทำลายสภาพป่ากันอย่างเมามัน โดยเฉพาะในช่วงระยะหลังๆ ที่ราคายางพาราขยับตัวสูงการบุกรุกทำลายยิ่งทวีคูณ


ผู้บันทึก webmaster เมื่อ อังคาร 08 ก.ค. 08@ 11:21:22 ICT (33 คนอ่าน)
(มีต่อ... | 6492 ไบต์ | แสดงความเห็น? | ข่าว/NEWS | คะแนน: 0)

มรภ.เชียงใหม่จับมือโรงเรียน กระตุ้นเยาวชนร่วมลดภาวะโลกร้อน
:นายพิชัย ระบอบ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าโครงการ "การบูรณาการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน" เปิดเผยว่า ภาวะโลกร้อนหรือ Global Warming นั้น นับเป็นมหันตภัยที่ถูกจัดลำดับความรุนแรงไว้ในอันดับแรกสุด แม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบในทันทีทันใด หากแต่ภาวะโลกร้อนอันเกิดจากการกระทำของมนุษย์จะค่อยๆ สะสมและเพิ่มความรุนแรงขึ้น ทำให้มนุษย์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข
โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นลูกรุ่นหลาน ดังนั้นคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มรภ.เชียงใหม่ จึงได้จัดโครงการ "การบูรณาการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน" เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านกระบวนการคิดและทักษะทางวิทยาศาสตร์ ในการวิเคราะห์หาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในชุมชนหรือท้องถิ่นของตนเอง และร่วมมือกันสร้างแนวทางในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งมีโรงเรียนที่ผ่านการพิจารณาข้อเสนอโครงการวิจัยและได้รับคัดเลือก จำนวน 10 โครงการ ได้แก่ รร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย รร.ชุมชนวัดท่าเดื่อ รร.บ้านตลาดขี้เหล็ก รร.ไชยโรจน์วิทยา รร.แม่หอพระวิทยาคม รร.ฝางชนูปถัมภ์ รร.วารีเชียงใหม่ รร.รัง



ผู้บันทึก saranya เมื่อ จันทร์ 30 มิ.ย. 08@ 10:01:35 ICT (35 คนอ่าน)
(แสดงความเห็น? | ข่าว/NEWS | คะแนน: 0)


หน้า จากทั้งหมด 29 หน้า

ควบคุมและดูแลโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
phpnuke.org Web Engineer Design